top of page

กฎจราจรทางบก

อุบัติเหตุบนท้องถนน

สาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

เมาสุราแล้วขับ

ตัดหน้ากระชั้นชิด

พฤติกรรมเสี่ยงโอกาสเจ็บ
ตายจากอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้น

ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

ไม่สวมหมวกนิรภัย

หยุด!

พฤติกรรมเสี่ยง

4
ห้าม

ห้ามขับรถเร็ว

ห้ามดื่มแล้วขับ

ห้ามโทรแล้วขับ

ง่วงห้ามขับ

2
ต้อง

ต้องสวมหมวกนิรภัย

ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย

เร็ว

= เสี่ยง "ถูกจับ ปรับ ตาย"

ขับเร็ว อันตราย ผิดกฎหมาย ไม่ควรทำ

กฎหมาย
(พระราชบัญญัติจราจรทางบก
พ.ศ. 2522)

บทลงโทษกรณีฝ่าฝืน
หรือไม่ปฏิบัติตาม

 ผู้ขับขี่ต้องขับรถด้วยอัตราเร็วตามที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือมาเครื่องหมายจราจรที่ได้ติดตั้งไว้ในทาง (มาตรา 67)

ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
(มาตรา 152)

        ผู้ขับขี่ซึ่งจะเลี้ยวรถ ให้รถอื่นแซงหรือผ่านขึ้นหน้า จอดรถ หยุดรถ หรือจอดรถ ต้องรถความรถของรถ (มาตรา 68)

        ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถในทางเดินรถ บนเนินเขา บนสะพาน ที่เชิงสะพาน ที่แคบ ทางโค้ง ทางลาด ที่คับขัน หรือที่มีหมอก ฝน ฝุ่น หรือควัน จนทำให้ไม่อาจเห็นทางข้างหน้าได้ในระยะหกสิบเมตร ต้องลดความเร็วของรถในลักษณะที่จะให้เกิดความปลอดภัย (มาตรา 69)

        ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถเข้าใกล้ทางร่วม ทางแยก ทางข้าม เส้นให้รถหยุด หรือวงเวียนต้องลดความเร็วของรถ (มาตรา 70)

ปรับไม่เกิน 500 บาท
(มาตรา 148)

ความเร็วเท่าไร

ปลอดภัย ไม่เสี่ยง

 อัตราความเร็วที่กำหนดในและนอกเขต กทม.
เมืองพัทยา/เขตเทศบาล

ประเภทรถ
กฎกระทรวงฉบับที่ 6 และ 10
(ออกตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก 2522)

ความเร็วที่กำหนด

เขต กทม./เมืองพัทยา
/เขตเทศบาล

นอกเขต กทม./เมืองพัทยา
/เขตเทศบาล

(1) รถบรรทุกที่มีน้ำหนักรถ รวมทั้งน้ำหนัก
    บรรทุกเกิน 1,200 กก. หรือรถบรรทุกคน
    โดยสาร

ไม่เกิน 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ไม่เกิน 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง

(2) รถยนต์อื่นนอกจากรถที่ระบุไว้ใน (1) ขณะ
      ที่ลากจูงรถพ่วงรถยนต์บรรทุกที่มีน้ำหนัก
      รถ รวมทั้งน้ำหนักบรรทุกเกิน 1,200 กก.
      หรือรถยนต์สามล้อ

ไม่เกิน 45 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ไม่เกิน 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง

(3) รถยนต์อื่นที่นอกจากที่ระบุไว้ใน (1) หรือ
      (2) หรือรถจักรยานยนต์

ไม่เกิน 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ไม่เกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง

 อัตราความเร็วของยานพาหนะทางหลวงชนบท

ประเภทรถ
กฎกระทรวงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2542
(ออกตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535)

ความเร็วที่กำหนด

(1) รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์

ไม่เกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง

(2) รถยนต์ขณะที่ลากจูงรถพ่วง หรือ
      รถยนต์สามล้อ

ไม่เกิน 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง

(3) รถบรรทุกที่มีน้ำหนัก รวมทั้งน้ำหนัก
      บรรทุกเกิน 1,200 กิโลกรัม ไม่ว่าจะ
      ลากจูงรถพ่วงด้วยหรือไม่ก็ตาม หรือ
      รถบรรทุกคนโดยสาร

ไม่เกิน 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ในเขตทางที่มีเครื่องหมายจราจรแสดงว่า
เป็นเขตอันตรายหรือเขตให้ขับรถช้า ๆ
ให้ลดความเร็วลงและเพิ่มความระมัดระวังขึ้นตามสมควร

ในกรณีที่มีเครื่องหมายจราจร
กำหนดอัตราความเร็วต่ำกว่าที่กำหนด
ให้ขับไม่เกินอัตราความเร็วที่กำหนดไว้นั้น

พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (2) ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถในขณะเมาสุรา
หรือของเมาอย่างอื่น

ปริมาณแอกอฮอล์เท่าไร จึงถือว่า "เมาแล้วขับ"

(กฎกระทรวง ฉบับที่ 16 และ 21 ออกตามพระราชบัญญัติจราจร พ.ศ. 2522)

ปริมาณแอลกอฮอล์

บุคคล

บุคคลทั่วไป

เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ผู้ขับขี่ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์

ผู้ขับขี่ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถชั่วคราว
ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

ผู้ขับขี่ที่ได้รับใบอนุญาตขับขี่สำหรับ
รถประเภทอื่นที่ใช้แทนกันไม่ได้

ผู้ขับขี่ที่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ หรืออยู่ระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

เมาแล้วขับ

รับโทษอย่างไร

ความผิด

อัตราโทษ

ถูกตรวจพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

1. มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี
2. ปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท
3. ทั้งจำทั้งปรับ
4. ศาลสามารถสั่งพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อย
    กว่า 6 เดือนหรือเพิกถอนใบขับขี่

เมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ

1. มีโทษจำคุก 1-5 ปี
2. ปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท
3. ทั้งจำทั้งปรับ
4. ศาลสามารถสั่งพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อย
    กว่า 1 ปีหรือเพิกถอนใบขับขี่

เมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายอย่างสาหัส

1. มีโทษจำคุก 2-6 ปี
2. ปรับตั้งแต่ 40,000-120,000 บาท
3. ทั้งจำทั้งปรับ
4. ศาลสามารถสั่งพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อย
    กว่า 2 ปีหรือเพิกถอนใบขับขี่

เมาแล้วขับจนเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

1. มีโทษจำคุก 3-10 ปี
2. ปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท
3. ทั้งจำทั้งปรับ
4. เพิกถอนใบขับขี่

ใบอนุญาตขับขี่

ออกยาก  ยึดง่าย  จ่ายแพง

กฎหมายบังคับ ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาต

            พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 ระบุไว้ ผู้ขับรถต้องได้รับใบอนุญาตขับรถและต้องมีใบอนุญาตขับรถและสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ ในขณะขับหรือควบคุมผู้ฝึกหัดขับรถเพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันที เว้นแต่ผู้ฝึกหัดขับรถยนต์ตามมาตรา 57

           มาตรา 57 ผู้ใดฝึกหัดขับรถยนต์ ต้องมีผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ควบคุมอยู่ด้วย
           ในการฝึกหัดขับรถ ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากผู้ฝึกหัดและผู้ควบคุมรถอยู่ในรถ ถ้ามีการเสียหายเกิดขึ้น ผู้ควบคุมต้องรับผิดทางแพ่ง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าผู้ฝึกัดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสอนในเวลาที่ขับอยู่นั้น

           ใบอนุญาตขับรถชั่วคราว มีอายุ 2 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาตขับรถ
           
ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และรถชนิดอื่น มีอายุ 5 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต
         
 ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ รถยนต์สามล้อสาธารณะ และรถจักรยานยนต์สาธารณะ
มีอายุ 3 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาตขับรถได้อีกคราวละ 5 ปีหรือ 3 ปี แล้วแต่กรณี

กฎหมายจราจร 10 ข้อควรรู้

1. พกใบอนุญาตขับรถและเอกสารสำเนา
   ภาพถ่ายใบรถคู่มือจดทะเบียนรถ

3. คาดเข็มขัดนิรภัย

4. ห้ามนั่งกระบะหลัง

2. เมาไม่ขับ

5. ห้ามใส่หลังคา
Sunroof/Moonroof

6. ไฟเบรกสีแดงเท่านั้น

7. ห้ามล้อยางเกินนอกบังโคลน

8. ห้ามท่อไอเสียดัง

10. ไฟตัดหมอกใช้เมื่อจำเป็น

9. ห้ามไฟหน้าหลายสี

ข้อมูลจาก : ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน

กฎหมายจราจรทางบก

ที่มา : Youtube ช่อง StartDee

Academic  Forum

©2023  Academic Forum  โดย กลุ่มพัฒนาการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

bottom of page